ทุกคนเป็นคนธรรมดาสามัญ แต่ไม่มีใครปกติ

2010-Jan-8 - เด็ก เกิด ใหม่


ดิฉันเกิดวันที่ 8 มกราคม

ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ใกล้กับวันเด็กที่จัดขึ้นในเสาร์ที่สองของเดือนมกราและวันปีใหม่ที่ตรงกับวันที่1เดือน1

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าในช่วงที่ดิฉันกำลังจะเกิดมาพ่อกับแม่ไม่ค่อยจะมีเงิน(ตอนนี้ก็ยังไม่มี)จึงต้องทำงานหนักมาก

ในวันที่ดิฉันเกิด คุณแม่ท่านก็มีความรู้สึกว่าลูกใกล้คลอดเเล้ว

เลยบอกแม่ผัว(แม่ของพ่อดิฉัน)ว่า ใกล้คลอดเเล้ว ขอไปโรงพยาบาลหน่อย

เเม่สามีซึ่งเป็นแม่ของบิดาดิฉันซึ่งเป็นคนใจดีมีน้ำใจก็ถามว่า

"แล้วลื้อกวักบ้าง ถูบ้าง ทังกักข้าวเสกลื้อยาง?"

แม่ของดิฉันตอบว่าเสร็จเเล้ว

"งังลื้อเอาผ้าปายชั่งห้ายเสกก่องเลี้ยวค่อยปาย"

แม่ของสามีแม่ดิฉันตอบกลับมาเช่นนั้นด้วยเมตตาจิตหาใดเปรียบ

แม่ของดิฉันจึงต้องเเบกผ้าปึกละห้ากิโลขึ้นตราชั่งพร้อมกับหนีบลูกที่หว่างขาไม่ให้โผล่พรวดออกมาก่อนถึงมือหมอ
(อนึ่ง ตอนนั้นที่บ้านทำธุรกิจค้าผ้า)

หลังจากทำงานเสร็จ แม่ก็ไปบอกพ่อว่าจะคลอดเเล้ว พ่อของดิฉันเลยรีบพาเเม่ไปโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ

...ด้วยการเดิน...

และต่อจากนั้น อีกไม่นาน...ดิฉันก็เกิดมา...




ดิฉันจำเรื่องราวในวัยเด็กไม่ได้มากนัก ต่อมความจำดิฉํนทำงานช้ากว่าเด็กธรรมดาทั่วไป

โดยเฉพาะถ้าเทียบกับเด็กสมัยนี้ที่อยู่ปอสามมันก็จำอะไรได้ตั้งเยอะเเล้ว
เเต่ดิฉันกลับมีความจำเกี่ยวกับชีวิตตัวเองตอนปอห้า

ดังที่กล่าวมา ทุกท่านคงพอเดาได้ว่าดิฉันเอ๋อแดก ไม่ฉลาดและโง่

ต่อจากนั้นอีกสิบกว่าปี ไม่รู้ทำไมจู่ๆดิฉันก็รู้เรื่องขึ้นมาและเริ่มจำอะไรได้มากขึ้นตามลำดับ
เมื่อภาวะความรู้สึกตัวเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเริ่มกวนตีน

ติดที่ว่าดิฉันมีเพื่อนดี(บางคนก็เหี้ย) คนรอบข้างน่ารัก เลยไม่โดนกระทืบตายไปเสียก่อน
(ส่วนหนึ่งเพราะมีคนที่เหี้ยกว่าให้กระทืบ)




ทุกวันนี้ดิฉันก็ใช้ชีวิตไปเรื่อย ทำมาหาแดกตามประสาชนชั้นกลางระดับล่างที่ไม่มีทางเลือกมากไปกว่าการเป็นลูกจ้าง

เวลา 24 ชม.ต่อวัน ดิฉันนั่งทำงานไปเเล้วสิบ คิดเรื่องงานอีกสอง ที่เหลือเเดกข้าว สิบชั่วโมงต่อมามีไว้หลับ

ใช้ชีวิตตามroutine ปราศจากภาวะการตระหนักรู้หรือการใช้ปัญญาอย่างถ่องแท้

มีชีวิตสามัญที่สามานย์จนตัวเองยังไม่ชอบใจ

ดิฉันคงไม่คิดอะไรมาก เเละปล่อยให้วันนี้เลยผ่านไปอีกวันเฉกเช่นตุ๊กตาไขลานที่เดินไปเรื่อยจนลานเสื่อม

แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิด (ที่สมมุติขึ้นมา) ดิฉันเลยคิดว่าถ้าปล่อยให้มันเลยผ่านไปเปล่าๆปลี้ๆอย่างที่เป็นมา
คงไม่โสภาสักเท่าไหร่ และคงทำให้ดิฉันรู้สึกอยากตาย ประมาณว่าเกิดมาเเบบนี้อย่าอยู่เลยดีกว่า

ดังนั้น เพื่อป้องกันการอัตวิบากกรรมจึงต้องหวนระลึกถึงชีวิตตัวเองบ้าง เพื่อสร้างความหมายให้ชีวิตมีอะไรมากไปกว่าเดิม




หลังจากความคิดเกิด ดิฉันจึงต้องทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผ่านมาในชีวิต สิ่งที่ผ่านมาเเละผ่านไปวิ่งวุ่นกรุ่นในสมอง

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงานที่มักปรากฏขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 จึงทำให้ต้องเค้นสมองอย่างหนักเพื่อแสวงหาความทรงจำอื่นที่ตกกระกอนอยู่ภายใน

จนในที่สุดก็พบว่าแม้ดิฉันความจำไม่ดีเเต่ก็ยังมีเรื่องมากมายจารึกอยู่ในความทรงจำ

อดีตในบางช่วงก็ดูสวยงามแต่ก็มีหลายช่วงเวลานานับที่เต็มไปด้วยความทุกข์เศร้า

เเม้ว่าดิฉันจะเริ่มจำอะไรได้มากขึ้นเเต่ก็ยังไม่ฉลาด จึงมักทำเรื่องผิดพลาดในชีวิตมากมาย

เรื่องที่ทำให้ตัวเองรู้สึกปวดร้าวจึงมีอยู่มากมายจนไม่อาจนับได้

บางเรื่องดิฉันทำผิดต่อตัวเอง บางเรื่องดิฉันทำผิดต่อผู้อื่นในรูปแบบที่ไม่น่าให้อภัยถึงขีดสุึด

ซึ่งมันคงขมขื่นจนทนไม่ไหวถ้าปราศจากความทรงจำแสนสุขที่จะทำให้ยิ้มและหัวเราะได้

และเมื่อกล่าวถึงความทรงจำแสนสุข หากมองย้อนกลับไปในความทรงจำเหล่านั้นก็มักมีบุคคลอย่างพวกคุณประทับอยู่ด้วยเสมอ

ถ้าปราศจากคุณ ชีวิตเเสนสั้นคงไม่มีวันเวลาเปี่ยมสุขมากมายเช่นนี้

และดิฉันคงไม่รู้สึกว่าการมีชีวิตสวยงามอย่างที่เป็นอยู่

ขอบคุณที่ช่วยสร้างรอยประทับที่ดีในใจ

หวังว่าพวกคุณช่วยสร้างความทรงจำดีๆร่วมกันต่อไปอย่างที่เคยเป็นมา

ขอบคุณจริงๆ


Recent Posts

- เด็ก เกิด ใหม่
- Five things that make my liver pain currently
- ตรวจภายใน
- ผักตบชวา
- ช่วงตอบคำถามกับหมอนพพรชำนิ (3)
- Happy Birthday
- รื่นเริงเถลิงศก
- แสงสุดท้ายในคืนปฏิวัติ
- งานเสดเย็ดแม่แช่วับ
- i'm livin' in da chickin' town
- To Be Genius
- มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถตอแหลได้ตามธรรมชาติ
- ภูมิจิต เป็นชื่อวงดนตรีไทย ไม่เกี่ยวอะไรกับจิตร ภูมิศักดิ์
- Honda Summer Fest
- ช่วงตอบคำถามกับหมอนพพรชำนิ (2)
- ช่วงตอบคำถามกับหมอนพพรชำนิ (1)
- คุณเมอร์ฟี่ครับ ผมเชื่อว่ามันเฮี่ยได้อีก

Comments ( 6 ) :: จะcommentก็กดนี่ซะนะ ::


<- Last Page :: Next Page ->

Production by ROOMMiNi