ในอดีต....ย้อนกลับไปเมื่อ2ปีที่แล้ว ในยุคที่ไดอารี่ออนไลน์กำลังเริ่มระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ได้ปรากฎไดอารี่ที่ใช้ชื่อurlว่า http://pinku.gulife.com ขึ้นในประเทศไทย
กล่าวกันว่าไดอารี่ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นมีเนื้อหาที่รุนแรงถึงขั้นไม่ไว้หน้ากบว.
ภาษาที่เขียนขึ้นในไดอารี่แห่งนี้
มักใช้ภาษาพูดที่ค่อนไปทางหยาบคายมาก ถึงหยาบคายโคตรง้าว
เขียนกันประหนึ่งประเทศไทยไม่มีictมาไล่บล็อกเว็บอย่างไรอย่างนั้น
เเละด้วยภาษาดังที่ปรากฏในไดอารี่ที่กล่าวถึง จึงทำให้ผู้เขียนมักถูกตำหนิเสมอ
ทั้งจากเว็บมาร์เตอร์ และผู้อ่านบางคนที่ทนไม่ได้ในความหยาบคายผิดวิสัยมนุษย์
แต่ถึงแม้จะมีเสียงก่นด่ามามากเท่าไหร่ ผู้เขียนก็มิพักไปสนใจ
โดยถือว่าไดอารี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว กูจะเขียนแบบนี้ ใครจะทำไม อยู่เรื่อยมา
จนกระทั้งวันหนึ่ง...
ขณะที่ผู้เขียนกำลังโดดเรียนนั่งแดกน้ำปานะอยู่หน้าตึกสี่ตามปกติวิสัยที่ทำเป็นประจำนั้น
ก็ได้มีรุ่นน้องคนหนึ่งโทรมา รายงานเหตุการณ์บางอย่างที่ผู้เขียนได้ยินเเล้วแทบสิ้นสติ
เนื้อความโดยย่อมีอยู่ว่า
อาจารย์ท่านหนึ่งในภาคประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาภาคเอกของผู้เขียนนั้น
ได้ไปพบกับไดอารี่ดังกล่าวขึ้นโดยบังเอิญ
และด้วยความอันใดมิทราบ แต่คาดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องดี
ได้ทำให้อาจารย์ท่านต้องการพบนิสิตผู้เขียนเว็บนี้ขึ้นมาอย่างมาก
ถึงขั้นไปประกาศหาตัวในห้องรวม สลักชื่อurlไว้บนกระดานให้ได้ทราบโดยทั่วกัน
ผู้เขียนได้ยินดังนั้นก็ดำริได้ว่าชีวิตในมหาลัยคงไม่เป็นสุขหากอาจารย์ได้ทราบหนังหน้าคาดตา
อีกทั้งผู้เขียนก็เป็นนักเรียนในภาคประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจจะหนีหน้าอาจารย์ไปไหนได้พ้นตีน
ดังนี้เอง....
เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของตนและผู้คนทั้งหลายที่เคยปรากฏในหน้าไดอารี่
ผู้เขียนจึงฉวยโอกาสช่วงที่อาจารย์ยังเข้าใจว่าคนเขียนเป็นกะเทยอยู่นั้น
...จัดการลบไดอารี่ทั้งหมดทิ้งซะ...
เพื่อไม่ให้เหลือรอดเป็นหลักฐานให้อาจารย์นักประวัติศาสตร์ได้สืบค้นอีกต่อไป
และหลังจากนั้น....
http://pinku.gulife.com ก็หายสาบสูญไปจากสังคมอินเตอร์เนตนับแต่นั้นมา...
....
น่าเศร้าเหลือเกิน
....
เเต่จะว่าไปก็เศร้าอยู่ได้ไม่ได้นาน
เนื่องด้วยผู้เขียนเป็นคนอยู่ไม่สุข คือถ้ามีความสุขมากๆแล้วจะไม่ชอบ
ถ้าไม่ได้เขียนเรื่องประจานสังคมมาลงเผื่อแพร่ทางอินเตอร์เนตเเล้วจะไม่สบายใจ
จึงได้จัดการสมัครสมาชิกกับบล๊อกเวปแห่งหนึ่งในชื่อurlใหม่ที่ใช้ชื่อว่า
http://www.uptogu.com/gu/nien
ผู้เขียนมีความสุขกับการเขียนบล๊อกใหม่มากซะจนน่าหมั้นไส้
เเม้เว็บแม่งบางทีก็เข้าได้ บางทีก็เข้าไม่ได้
แต่ก็ใช้ชีวิตอยู่กินกับมันมาเป็นเวลากว่าสองปีได้โดยไม่มีใครมาคอยตามล่า
แน่นอนว่ามีอาจารย์บางท่านมาตามอ่านนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ชินซะเเล้ว
...
เรื่องมันคงจบเเบบhappy endingถ้าเรื่องนี้มันเป็นนิยาย
น่าเสียดายที่มันเป็นชีวิตจริงของคนปกติที่มักจะมีเรื่องบัดซบแวะเวียนมาตบกบาลให้หายเหลิงอยู่เสมอ
...
โดยไม่นานมานี้
บล๊อกเวบuptoguได้เกิดอาเพศอย่างหนัก เซิฟเวอร์เจ๊ง ชิบหายกันทั้งระบบ
เป็นผลให้http://www.uptogu.com/gu/nienก็หายไปจากสารบบอินเตอร์เนต
โดยไม่มีทางกู้คืนกลับมาแต่อย่างใด สร้างความสลดใจให้ผู้เขียนเป็นอย่างมาก
การเกิดขึ้นซ้ำซ้อนของภาวะบล๊อกหายอาจจะน่าหงุดหงิด
แต่มันก็เป็นสิ่งเตือนใจให้จิตประหวัดไม่ถึงกฎของเมอร์ฟี่ได้เป็นอย่างดี
Murphy’s laws หรือ กฎของเมอร์ฟี่ยืนยันว่า
ถ้าเคยเกิดเรื่องซวยขึ้นกับชีวิตแล้ว ยังไงเรื่องเลวร้ายอีหรอบเดิมก็ต้องกลับมาอีก
หรือที่พูดได้อีกอย่างว่า เรื่องเฮี่ยๆมักเกิดขึ้นซ้ำซ้อน และชอบเกิดบ่อยซะด้วย
เหมือนกับการที่เขียนบล๊อกกี่ที่ๆก็ต้องมีอันเป็นไปทุกครั้งอย่างไรอย่างนั้น
ซึ่งก็คงไม่อาจตอบได้เต็มปากว่ามันเป็นความซวยซ้ำซ้อน
หรือเกิดจากความสะเพร่าของเว็บมาร์เตอร์ที่ไม่back upข้อมูลเอาไว้
ปล่อยให้เวบ blog อันถือได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นหนึ่ง
ต้องสลายหายไปกับอากาศธาตุ ทั้งยวง (พี่แป๋ว:2551)
ในวันนี้...
เราจะขอเปิดเวปบลอกนี้ใหม่อีกครั้งเพื่อท้าทายกฎของเมอร์ฟี่
และความรับผิดชอบของเว็บมาร์เตอร์อีกครั้ง
ถ้าโชคชะตาจะบันดาลให้มันหายไปอีกก็มาต่อยหน้าแม่กันเลยดีกว่า
พระเจ้าจะใจร้ายหรือไม่?
เว็บมาร์เตอร์จะมีความรับผิดชอบมากเพียงใด?
เรามาใช้ความยาวนานในการคงอยู่ของบล๊อกเเห่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์กัน
ขอฝากตัวด้วย
---------------------------------------------------------------------
ป.ล.
1.ขอบคุณพี่พุฒิ วงภูมิจิตที่เเนะนำให้รู้จักกับกฎของเมอร์ฟี่
2.ขอเวลาทำใจก่อน เเล้วจะเอาผลงานเก่าๆมาลงใหม่
3.ขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอบคุณจริงๆ